TH EN JP v1.9

Hotline Number 02-695-5000E-mail Address
Site Map
หน้าหลักนักลงทุนสัมพันธ์การกำกับดูแลกิจการที่ดีดาวน์โหลดร่วมงานกับเราติดต่อเรา


บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ราคาออนไลน์ทำธุรกรรมทางออนไลน์เว็บบอร์ดฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ลงทะเบียนเปิดบัญชีข่าวสารล่าสุดธุรกิจและบริการ

             
ข้อควรทราบเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์

ประเภทบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์

  1. ประเภทเงินสด (Cash Type) แบ่งออกเป็น 2 บัญชีคือ
    • บัญชีแคชบาล้านซ์ (Cash Balance)
      หมายถึง บัญชีที่ลูกค้าวางเงินล่วงหน้าไว้กับบริษัทฯ เต็มจำนวนที่จะซื้อหลักทรัพย์ก่อนการซื้อขายหลักทรัพย์ และให้บริษัทฯหักเงินในบัญชีของลูกค้าที่วางเงินไว้กับบริษัทฯ เพื่อชำระค่าซื้อหลักทรัพย์หรือโอนเงินค่าขายหลักทรัพย์เข้าบัญชีดังกล่าว ไม่จำกัดว่าเป็นการสั่งคำสั่งผ่านเจ้าหน้าที่การตลาดหรือผ่านทางอินเตอร์เน็ต
    • บัญชีวงเงินอนุมัติ (Credit Line)
      หมายถึง บัญชีที่ลูกค้าซื้อขายหลักทรัพย์ภายในวงเงินที่ได้รับอนุมัติจากบริษัทฯ โดยชำระราคาเต็มจำนวนในวันทำการที่ 3 ถัดจากวันที่ทำรายการผ่านระบบเงินฝากธนาคารอัตโนมัติ (ATS) ของลูกค้า ไม่จำกัดว่าเป็นการสั่งคำสั่งผ่านเจ้าหน้าที่การตลาดหรือผ่านทางอินเตอร์เน็ต
  2. ประเภทบัญชีเงินกู้ (Margin Account)
    • บัญชีเครดิตบาล้านซ์ (Credit Balance Account)
      หมายถึง บัญชีที่ลูกค้ากู้ยืมเงินเพื่อซื้อหลักทรัพย์ โดยนำเงินสด หลักทรัพย์ และหลักประกันประเภทอื่น ๆ ที่บริษัทอนุญาตมาวางเป็นหลักประกันเงินกู้ ซึ่งรวมถึงหลักทรัพย์ที่ซื้อในบัญชีลูกค้า โดยไม่จำกัดว่าเป็นการสั่งคำสั่งผ่านเจ้าหน้าที่การตลาดหรือผ่านทางอินเตอร์เน็ต

Top

การส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์

ลูกค้าสามารถส่งสั่งซื้อขายโดยผ่านเจ้าหน้าที่การตลาดทางโทรศัพท์, โทรสาร , E-mail หรือทำรายการด้วยตนเองผ่านระบบอินเตอร์เน็ต

    การสั่งซื้อหลักทรัพย์
    • ลูกค้าไม่สามารถสั่งซื้อหลักทรัพย์เกินวงเงินได้ เว้นแต่ได้รับอนุมัติให้เกินวงเงินชั่วคราวจากเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ
    • บริษัทฯ ถือว่าลูกค้าได้ฝากหลักทรัพย์ที่ซื้อไว้ในบัญชีลูกค้าโดยอัตโนมัติ

    การสั่งขายหลักทรัพย์

    • ลูกค้าไม่สามารถสั่งขายหลักทรัพย์ โดยไม่มีหลักทรัพย์นั้นฝากไว้ในบัญชีก่อน

Top

การแจ้งผลการซื้อขายหลักทรัพย์

  • แจ้งผลในวันที่สั่งซื้อขายโดย
    • เจ้าหน้าที่การตลาดทางโทรศัพท์ / โทรสาร / Email /
    • ดูด้วยตนเองผ่านระบบอินเตอร์เน็ต
  • แจ้งผลเป็นลายลักษณ์อักษร ด้วยใบยืนยันการซื้อขาย / เอกสารชำระราคา / ใบกำกับภาษี ทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ที่ท่านได้แจ้งไว้ในคำขอเปิดบัญชีฯ หรือที่ได้แจ้งเปลี่ยนแปลงเป็นหนังสือถึงบริษัทฯ ในภายหลังถัดจากวันที่ทำรายการซื้อขาย

Top

ค่านายหน้าในการซื้อขายหลักทรัพย์

ประเภทลูกค้ารายย่อย อัตราค่านายหน้าผ่าน
เจ้าหน้าที่การตลาด ระบบอินเตอร์เน็ต
บัญชีเงินสด - แคชบาล้านซ์
(Cash Account – Cash Balance)

0.2578%

0.1578%
บัญชีเงินสด - วงเงินอนุมัติ
(Cash Account – Credit Line)

0.2578%

0.2078%
บัญชีเงินกู้ - เครดิตบาล้านซ์
(Margin Account - Credit Balance)

0.2578%

0.1578%

หมายเหตุ :

1.อัตราค่าธรรมเนียมดังกล่าวข้างต้น เป็นอัตราที่ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7 ของค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ดังกล่าว

2.อัตราค่าธรรมเนียมดังกล่างข้างต้น ได้รวมค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่ต้องนำส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ซึ่งได้แก่

  • ค่าธรรมเนียมตลาดหลักทรัพย์ (Trading Fee) เรียกเก็บโดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ในอัตรา 0.005% และ
  • ค่าธรรมเนียมการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ (Clearing Fee) เรียกเก็บโดย บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ฯในอัตรา 0.001%
  • ค่าธรรมเนียมการกำกับดูแล (Regulatory Fee) เรียกเก็บในอัตรา 0.0018%

* บริษัทฯ ขอกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลักทรัพย์รวมขั้นต่ำ สำหรับลูกค้าทั่วไป เป็นจำนวน 50.- บาท (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ต่อวันที่มีรายการซื้อขายต่อประเภทบัญชีในทุกช่องทางการส่งคำสั่ง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 เป็นต้นไป

Top

การวางหลักประกันในบัญชีเงินสด

ตามข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กำหนดให้บริษัทฯ ต้องเรียกให้ลูกค้าวางทรัพย์สินเป็นหลักประกันในบัญชีเงินสดก่อนการซื้อหลักทรัพย์ในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 15 ของจำนวนเงินที่ลูกค้าอาจซื้อได้ แต่ไม่เกินวงเงินอนุมัติในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้า โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2551 เป็นต้นไป

ท่านสามารถ ติดต่อ / สอบถาม รายการฝาก – ถอน – โอน เงิน/หุ้น ได้ที่ฝ่ายปฏิบัติการหลักทรัพย์ 02-695-5031, 5035, 5043   FAX 02-631-1704 หรือ แจ้งรายการธุรกรรมผ่าน www.ktzmico.com หัวข้อ ธุรกรรมออนไลน์ และตรวจสอบรายการย้อนหลังได้จาก หัวข้อ บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์

Top

เลขที่บัญชีธนาคารของบริษัทฯ

ลูกค้าสามารถนำฝากเงินเข้าบัญชีธนาคารของบริษัทฯ เพื่อเป็นหลักประกันการซื้อขายฯ โดยเช็คสั่งจ่ายหรือโอนเงินเข้าบัญชีบริษัท ชื่อบัญชี “บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด เพื่อลูกค้า” ผ่านธนาคารใดธนาคารหนึ่ง ดังต่อไปนี้

ชื่อบัญชี : " บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด เพื่อลูกค้า "
ธนาคาร สาขา ประเภทบัญชี เลขที่บัญชี
กรุงไทย
นานาเหนือ
กระแสรายวัน
000-6-13245-6
ไทยพาณิชย์
ถนนวิทยุ
กระแสรายวัน
049-3-12955-2
กสิกรไทย
สีลม
ออมทรัพย์
789-2-10150-1
กรุงเทพ
สำนักงานใหญ่สีลม
ออมทรัพย์
101-8-46587-0
ทหารไทย
สีลม ซอย7
ออมทรัพย์
004-2-22088-9
กรุงศรีอยุธยา
เซ็นทรัลเวิลดิ์
ออมทรัพย์
511-1-04563-7
ธนชาต
ต้นสน
ออมทรัพย์
001-2-12115-1
ซูมิโตโม มิตซุย แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น
กรุงเทพ
ออมทรัพย์
20-2019294-1

Top

การชำระราคาค่าซื้อขายหลักทรัพย์

เป็นการจ่ายเงินค่าซื้อและ/หรือรับเงินค่าขายหลักทรัพย์ระหว่างลูกค้ากับบริษัทฯ ภายในวันทำการที่ 3 ถัดจากวันที่ซื้อขาย (T+3) ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  1. หัก / ฝากเงินจากบัญชีเงินฝากล่วงหน้าของลูกค้า (Cash Balance)
  2. หัก / ฝากเงิน จากบัญชีเงินฝากธนาคารอัตโนมัติ (ATS) ของลูกค้า ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ มีบริการดังกล่าวอยู่กับธนาคาร 9 แห่งดังนี้
    1. ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
    2. ธนาคาร กสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
    3. ธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชน)
    4. ธนาคาร ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
    5. ธนาคาร นครหลวงไทย จำกัด (มหาชน)
    6. ธนาคาร ทหารไทย จำกัด (มหาชน)
    7. ธนาคาร นครหลวงไทย จำกัด (มหาชน)
    8. ธนาคาร ยูโอบี จำกัด (มหาชน)
    9. ธนาคาร ธนชาต จำกัด (มหาชน)

Top

การปิดสมุดทะเบียนเพื่อรับสิทธิต่าง ๆ

บริษัทฯจะทำการปิดสมุดทะเบียนเข้าชื่อ/ที่อยู่ของลูกค้าเพื่อการรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ โดยตรงกับนายทะเบียนของหลักทรัพย์จดทะเบียนฯ(บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์(ประเทศไทย) จำกัด)

Top

รายงานแสดงยอดทรัพย์สินคงเหลือ

ลูกค้าต้องตรวจสอบความถูกต้องเกี่ยวกับข้อมูลของตนเอง หากสงสัยหรือพบข้อผิดพลาดโปรดแจ้งให้บริษัทฯ ทราบโดยทันที หากไม่แจ้งภายใน 14 วัน บริษัทฯ จะถือว่าข้อมูลดังกล่าวถูกต้องแล้ว

  • กรณีที่มีรายการเคลื่อนไหว บริษัทฯ จะจัดส่งรายงานของงวดเดือนที่เคลื่อนไหวให้ลูกค้าใน เดือนถัดไป
  • กรณีที่ไม่มีรายการเคลื่อนไหว บริษัทกำหนดส่งรายงานให้กับลูกค้าเฉพาะในเดือนมิถุนายน และเดือนธันวาคม ซึ่งลูกค้าจะได้รับในเดือนกรกฎาคม และเดือนมกราคม ตามลำดับ

Top

กรณีลูกค้าชำระราคาค่าซื้อหลักทรัพย์ล่าช้า

  • บริษัทจะระงับบัญชีไม่ให้ซื้อหลักทรัพย์เพิ่ม จนกว่าลูกค้าจะชำระราคาพร้อมดอกเบี้ยและค่าปรับเรียบร้อยแล้ว (แต่สามารถขายหลักทรัพย์ที่มีอยู่ในบัญชีได้) โดยบริษัทฯ จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการชำระราคาล่าช้า ดังนี้
    • ดอกเบี้ยชำระล่าช้า ในอัตราที่บริษัทกำหนดของจำนวนเงินที่ผิดนัดนับแต่วันผิดนัดชำระราคาจนถึงวันที่ชำระเสร็จสิ้น ปัจจุบันคิดในอัตราร้อยละ 21 ต่อปี ขั้นต่ำ 10 บาทต่อรายการ
    • ค่าปรับอีกจำนวน 1,000 บาทต่อวันทำการต่อรายการ
  • หากในวันทำการที่ 4 ถัดจากวันที่ซื้อหลักทรัพย์ ลูกค้ายังไม่ชำระราคาค่าซื้อหลักทรัพย์ดังกล่าว บริษัทฯ จะดำเนินการขายหลักทรัพย์ที่ซื้อมาเพื่อนำมาชำระราคาก่อน หากมีค่าขายคงเหลือบริษัทฯจะจ่ายคืนให้ลูกค้า แต่ถ้าค่าขายหลักทรัพย์ดังกล่าวไม่พอชำระราคา บริษัทฯ จะเรียกเก็บเงินเพิ่มจากลูกค้าต่อไป
  • กรณีลูกค้ามีรายการชำระราคาล่าช้า 3 ครั้งในรอบระยะเวลา 6 เดือน บริษัทฯจะพิจารณาทบทวนวงเงิน หรือปรับเป็นบัญชี Cash Balance และอาจพิจารณาปิดบัญชี

Top

การส่งมอบหลักทรัพย์ล่าช้า

บริษัทฯ จะเรียกเก็บค่าปรับจำนวน 1,000 บาทต่อวันทำการต่อรายการ รวมกับอัตราค่าปรับที่บริษัทฯ ถูกเรียกเก็บจากบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ในอัตราร้อยละของมูลค่าหลักทรัพย์ที่ผิดนัดส่งมอบ ดังนี้

จำนวนวันผิดนัด อัตราค่าปรับร้อยละของมูลค่า
หลักทรัพย์ที่ผิดนัดส่งมอบ
1  วันทำการ 0.50 %
2  วันทำการ 0.75 %
3  วันทำการ 1.00 %
4 - 5  วันทำการ 1.75 %
6 – 7 วันทำการ 2.50 %
เกิน 7  วันทำการ 3.75 %
ค่าปรับขั้นต่ำ 300 บาทต่อรายการ สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาทต่อรายการ

Top

ค่าธรรมเนียมให้บริการเกี่ยวกับหลักทรัพย์

ประเภทรายการประเภทรายการ อัตราเรียกเก็บสำหรับ
ตราสารทุนและ
ตราสารหนี้ภาคเอกชน
ตราสารหนี้ภาครัฐ
(หุ้นทีจดทะเบียน
ใน SET)
(BOT เป็น
นายทะเบียน)
 การฝากใบหลักทรัพย์ - -
 การรับโอนหลักทรัพย์ - -
 การเบิกใบหลักทรัพย์ (ออกใบหลักทรัพย์ใหม่) 100  บาท / รายการ บุคคลธรรมดา
120 บาท / ฉบับ

นิติบุคคล
200 บาท / ฉบับ
การโอนหลักทรัพย์ (โอนผ่านSDCไปสมาชิกอื่น)  50  บาท / รายการ 100  บาท / รายการ
การแปลงสภาพหลักทรัพย์จาก
F เป็น L (เพื่อการส่งมอบ)
 50  บาท / รายการ -
ค่าธรรมเนียมการแปลงหลักทรัพย์จาก
L เป็น F
 50  บาท / รายการ -
การจดแจ้งจำนำหลักทรัพย์  50  บาท / รายการ ยังไม่สามารถจดแจ้ง
จำนำผ่านระบบ Scriplessได้
การเพิกถอนจำนำหลักทรัพย์  50  บาท / รายการ
** ค่าธรรมเนียมดังกล่าวข้างต้น รวมภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 7%แล้ว**

Top

คำแนะนำสำหรับนักลงทุนต่างชาติ

ในกรณีที่ท่านเป็นนักลงทุนชาวต่างประเทศ ท่านจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่อเมื่อท่านถือครองหลักทรัพย์ถูกต้องตามสัญชาติและสัดส่วนการจำกัด สิทธิการถือหุ้นของนักลงทุนต่างด้าวที่ระบุไว้ในข้อบังคับของบริษัทจดทะเบียนนั้นๆ

เพื่อที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ดังกล่าว บริษัทขอแนะนำให้ท่านถือครองหลักทรัพย์จดทะเบียนให้ถูกต้องตาม สัญชาติและสัดส่วน ดังนั้นชาวต่างประเทศควรจะลงทุนในหลักทรัพย์กระดานต่างประเทศ (Foreign) ในขณะที่ ชาวไทยควรจะลงทุนในหลักทรัพย์กระดานหลัก (Local)

อย่างไรก็ตาม เพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้แก่นักลงทุนชาวต่างประเทศที่ถือครองหลักทรัพย์ในกระดานหลัก บริษัทขอแนะนำให้ถือครองหุ้น NVDR ซึ่งเป็นเครื่องมือชนิดใหม่ที่สามารถรองรับสิทธิประโยชน์ด้านเงินปันผลและ Right Issues ยกเว้นสิทธิในการออกเสียงลงมติในที่ประชุมใหญ่ของบริษัท ท่านสามารถเข้าไปดูรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับ NVDR ได้ในหน้าแรกของ Website ของเราที่ "New Feature-NVDR"

กรณีที่หลักทรัพย์ในกระดานต่างประเทศ (Foreign) ขาดสภาพคล่อง สำหรับนักลงทุนชาวต่างประเทศบริษัทขอแนะนำให้ท่านตรวจสอบสัดส่วนการถือครองหลักทรัพย์นั้น ๆ ก่อน หากพบว่ายังมีสัดส่วนเพียงพอ ท่านสามารถลงทุนผ่านกระดานหลัก (Local) จากนั้นแจ้งความจำนงไปยังบริษัทเพื่อขอแปลงสัญชาติหลักทรัพย์และรับสิทธิประโยชน์ต่อไป

ในทางตรงกันข้าม หากท่านต้องการขายหลักทรัพย์กระดานต่างประเทศ (Foreign) ในกระดานหลัก (Local) ท่านเพียงดำเนินการโอนหลักทรัพย์จากกระดานต่างประเทศ (Foreign) มาเป็นหลักทรัพย์ในกระดานหลัก (Local) ซึ่งโดยทั่วไปจะสามารถทำให้ภายใน 1 วันทำการหลังจากที่ได้แจ้งความประสงค์ ตามวิธีที่บริษัทกำหนดไว้ โดยบริษัทจะคิดค่าธรรมเนียมในการดำเนินการดังกล่าวในอัตรา 50.00 บาทต่อรายหลักทรัพย์ สำหรับรายละเอียด และวิธีการโอนหลักทรัพย์ กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลบัญชีของท่าน

เมื่อมีการปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นเพื่อสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ในฐานะผู้รับฝากหลักทรัพย์ จะแจ้งรายชื่อของลูกค้าที่เป็นเจ้าของหลักทรัพย์ไปยัง บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) เพื่อให้ลูกค้าสามารถรับสิทธิประโยชน์ต่อไป

** บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ต่าง ๆ โดยไม่ต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบล่วงหน้า**

Top

ภาษีอากร

เมื่อนักลงทุนเข้ามาซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ นักลงทุนมีหน้าที่ต้องเสียภาษีอากรตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้ถูกต้อง ในส่วนนี้จึงสรุปการเสียภาษีอากรที่เกี่ยวข้องไว้เพื่อเป็นข้อมูลดังปรากฏต่อไปนี้

  1. ภาษีอากรของนักลงทุนไทยและนักลงทุนต่างชาติที่ประกอบกิจการในประเทศไทย
    • กำไรจากการขายหลักทรัพย์ (Capital Gain)
        อัตราภาษี
      บุคคลธรรมดา
      • ได้รับยกเว้นภาษีี
      นิติบุคคล
      • ไม่มีภาษีหัก ณ ที่จ่าย แต่ต้องนำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด
    • เงินปันผล
        อัตราภาษี
      บุคคลธรรมดา
      • 10% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ถ้าได้รับเงินปันผลจากบริษัทจดทะเบียน หรือบริษัทจำกัด
      • เลือกเสีย 10% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ถ้าผู้มีเงินได้ได้รับเงินได้จากกองทุนรวม หรือนำเงินปันผลดังกล่าวไปรวมคำนวณภาษีปลายปี
      • ได้รับยกเว้นภาษี ถ้าได้รับเงินปันผลจากกิจการที่ได้รับการส่งเสริม BOI
      นิติบุคคล
      • 10% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ถ้าผู้มีเงินได้ไม่ใช่บริษัทจดทะเบียน
      • ได้รับยกเว้นภาษี ถ้าผู้มีเงินได้เป็นบริษัทจดทะเบียนและได้รับเงินปันผลจาก บริษัทไทยหรือกองทุนรวม
      • ได้รับยกเว้นภาษี ถ้าผู้มีเงินได้ถือหุ้นในบริษัทผู้จ่ายเงินปันผลอย่างน้อย 25 % ของหุ้นทั้งหมดและบริษัทดังกล่าวมิได้ถือหุ้นในบริษัทผู้มีเงินได้
      • ได้รับยกเว้นภาษี ถ้าได้รับเงินปันผลจากกิจการที่ได้รับการส่งเสริม BOI
    • ดอกเบี้ย
        อัตราภาษี
      บุคคลธรรมดา
      • 15% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
      นิติบุคคล
      • 1% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย หรือ
      • ไม่มีภาษีหัก ณ ที่จ่าย ถ้าเป็นกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ได้รับดอกเบี้ยจากธนาคารพาณิชย์
  2. ภาษีอากรของนักลงทุนต่างประเทศที่มิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย
    • กำไรจากการขายหลักทรัพย์ (Capital Gain)
        อัตราภาษี
      บุคคลธรรมดา
      • ได้รับยกเว้นภาษีี
      นิติบุคคล
      • 15% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
    • เงินปันผล
        อัตราภาษี
      บุคคลธรรมดา
      •  10% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
      นิติบุคคล
      •  10% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
    • ดอกเบี้ย
        อัตราภาษี
      บุคคลธรรมดา
      • 15% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
      นิติบุคคล
      • 15% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
  3. อนุสัญญาภาษีซ้อน

    กรมสรรพากรได้ตระหนักถึงภาระภาษีอากร ที่ผู้ลงทุนต่างประเทศมีหน้าที่ต้องเสียภาษี ซึ่งบางกรณีผู้เสียภาษีอาจมีหน้าที่ต้องเสียภาษีในประเทศของตนด้วย ดังนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาและขจัดการเสียภาษีซ้ำซ้อน กรมสรรพากรได้ดำเนินการเจรจา จัดทำอนุสัญญาภาษีซ้อนในนามประเทศไทยกับประเทศต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันประเทศไทยได้จัดทำอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศต่าง ๆ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก http://www.rd.go.th

    หมายเหตุ : ข้อมูลเกี่ยวกับภาษีการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ที่ระบุไว้บนเว็บไซต์นี้ ได้ถูกรวบรวมไว้เพื่อประโยชน์ในการให้ข้อมูลแก่ผู้ลงทุนในเบื้องต้นเท่านั้น มิได้เป็นการให้คำแนะนำแต่อย่างใด และโดยที่กฏหมายหรือกฏระเบียบด้านภาษีอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ดังนั้น ผู้ลงทุนจึงควรศึกษาและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเพื่อให้เกิดความมั่นใจก่อนการลงทุน

  4. ภาษีมูลค่าเพิ่ม

    ผู้ลงทุนจะถูกเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการให้บริการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ในอัตรา 7% ของค่าธรรมเนียมหรือค่านายหน้าในการซื้อขายหลักทรัพย์ที่บริษัทฯเรียกเก็บ

  5. อากรแสตมป์

    ในการโอนใบหุ้น, ใบหุ้นกู้ และพันธบัตรที่มีตราสารการโอน ผู้โอนจะต้องติดอากรแสตมป์ในอัตรา 1 บาทสำหรับทุกจำนวน 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท โดยคิดตามราคาหุ้นที่ชำระแล้วหรือตามราคาในตราสารโอน (แล้ว แต่อย่างใดจะมากกว่า) ยกเว้นถ้าเป็นการโอนหลักทรัพย์จดทะเบียนที่บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นนายทะเบียน หรือเป็นการโอนพันธบัตรรัฐบาล และหน่วยลงทุน จะไม่ต้องติดอากรแสตมป์

Top

การรับข้อร้องเรียนของลูกค้า

ลูกค้าสามารถร้องเรียนต่อบริษัทฯ ในเรื่องเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจหรือการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานที่มีผลกระทบต่อลูกค้าโดยสามารถส่งคำร้องเรียนได้ ดังนี้

  • บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรใส่กล่อง Suggestion Box ที่บริษัทฯ จัดวางไว้ ณ ที่ทำการบริษัทฯ ชั้น 15 – 17
  • ส่งจดหมายแจ้งมายังฝ่ายกำกับและตรวจสอบภายในของบริษัทฯ
  • โทรศัพท์ติดต่อมายังฝ่ายกำกับและตรวจสอบภายในของบริษัทฯ ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-695-5020 หรือ 02-695-5025

บริษัทฯ  ได้เข้าร่วมโครงการอนุญาโตตุลาการที่สำนักงานคณะกรรมการ
ก.ล.ต. ได้จัดให้มีขึ้น ซึ่งเป็นโครงการที่จะเพิ่มความเชื่อมั่นในบริการของบริษัท
ให้มากขึ้นสำหรับลูกค้าที่มีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการดำเนินการของ
บริษัทและบริษัทไม่สามารถแก้ไขข้อร้องเรียนดังกล่าว ให้เป็นที่น่าพอใจ
ดังนั้นลูกค้าสามารถร้องเรียนผ่านโครงการดังกล่าวได้ ขอทราบรายละเอียด
เพิ่มเติมได้ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.

Top

ลงทะเยียนเปิดบัญชี
ทดลองใช้งานฟรี
Solaris Asset Management
Online Service

IPO