TH EN JP v1.9

Hotline Number 02-695-5000E-mail Address
Site Map
หน้าหลักนักลงทุนสัมพันธ์การกำกับดูแลกิจการที่ดีดาวน์โหลดร่วมงานกับเราติดต่อเรา


บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ราคาออนไลน์ทำธุรกรรมทางออนไลน์เว็บบอร์ดฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ลงทะเบียนเปิดบัญชีข่าวสารล่าสุดธุรกิจและบริการ

             
ข้อมูลโดยรวมของใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (Derivative Warrants)

  1. ลักษณะของใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์
  2. ความเสี่ยงที่เกิดจากการลงทุนในใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์
  3. แง่มุมของการลงทุนในใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์
  4. การซื้อขายใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  5. ดาวน์โหลดข้อมูลใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์

ข้อมูลโดบรวม : ลักษณะของใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์

ลักษณะของใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์

ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ คืออะไร?
    ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ คือ เครื่องมือทางการเงินที่ให้สิทธิแก่นักลงทุนในการซื้อหรือขายสินทรัพย์อ้างอิงในราคาที่ตกลงกัน ณ วันครบกำหนดซึ่งได้มีการกำหนดไว้ล่วงหน้า โดยนักลงทุนสามารถทำการซื้อขายตราสารในตลาดได้จนกว่าตราสารจะหมดอายุ และเมื่อถึงวันหมดอายุก็จะมีการชำระราคาเป็นเงินสดแทนการส่งมอบสินทรัพย์อ้างอิงจริง โดยผู้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์จะเป็น
นิติบุคคลซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ออกตราสารอ้างอิงหรือสินทรัพย์อ้างอิงนั้น ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ส่วนใหญ่ในประเทศไทยจะมีอายุตั้งแต่ 3- 9 เดือน โดยแต่ละซีรี่ส์ก็มักจะมีราคาใช้สิทธิ์และวันหมดอายุที่แตกต่างกัน


ประเภทของใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์มีอะไรบ้าง?

    ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ สิทธิในการซื้อ (call) และสิทธิในการขาย (put) ผู้ถือสิทธิในการซื้อจะมีสิทธิในการซื้อสินทรัพย์อ้างอิงจากผู้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์
ได้ในราคาที่กำหนดภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ไม่ถือเป็นภาระผูกพัน สำหรับประเทศไทยหากมีการใช้สิทธิ ณ วันหมดอายุจะมีการชำระราคาเป็นเงินสดแทนการส่งมอบสินทรัพย์อ้างอิงจริง แต่นักลงทุนโดยส่วนใหญ่มักขายใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ก่อนวันหมดอายุ

เราจะสามารถใช้ประโยชน์จากใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ได้อย่างไร?
    นักลงทุนที่ซื้อสิทธิซื้อ (call warrants) จะมีมุมมองว่าตลาดเป็น bull market และสินทรัพย์อ้างอิงจะมีราคาสูงขึ้นในอนาคต เพื่อให้ได้ประโยชน์จากการซื้อใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ประเภทซื้อ นักลงทุนสามารถที่จะขายใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ในตลาด หรือเลือกที่จะรอให้ถึงวันหมดอายุก็ได้ โดยในวันหมดอายุ หากราคาของสินทรัพย์อ้างอิงสูงกว่าราคาใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ สิทธิซื้อนั้นจะถูกใช้สิทธิ (exercise) และผู้ถือจะได้รับชำระส่วนต่างระหว่างราคาปิดของสินทรัพย์อ้างอิงกับราคาใช้สิทธิ ปรับด้วยอัตราส่วนการแปลงสภาพ (conversion ratio) ในกรณีที่ราคาของสินทรัพย์อ้างอิงต่ำกว่าราคาใช้สิทธิ สิทธิซื้อนั้นก็จะไม่มีมูลค่าและหมดอายุไป

    ในทางกลับกัน นักลงทุนที่ซื้อใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ประเภทขาย (put warrants) จะมีมุมมองว่าตลาดเป็น bear market และสินทรัพย์อ้างอิงจะมีราคาลดลงในอนาคต เพื่อให้ได้ประโยชน์จากการซื้อสิทธิในการขาย นักลงทุนสามารถที่จะขายใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ในตลาด หรือเลือกที่จะรอให้ถึงวันหมดอายุก็ได้ โดยในวันหมดอายุ หากราคาของสินทรัพย์อ้างอิงสูงต่ำกว่าราคาใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ สิทธิขายนั้นจะถูกใช้สิทธิ (exercise) และผู้ถือจะได้รับชำระราคาส่วนต่างระหว่างราคาปิดของสินทรัพย์อ้างอิงกับราคาใช้สิทธิ ปรับด้วยอัตราส่วนการแปลงสภาพ (conversion ratio) ในกรณีที่ราคาของสินทรัพย์อ้างอิงสูงกว่าราคาใช้สิทธิ ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์นั้นก็จะไม่มีมูลค่าและหมดอายุไป

 

ปัจจัยกำหนดราคาใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์


ปัจจัยกำหนดราคาใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์
โดยหลักทฤษฎีแล้ว ปัจจัยสำคัญที่ใช้ในการกำหนดราคาใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ ได้แก่
  • ราคาของสินทรัพย์อ้างอิงและราคาใช้สิทธิ
  • ค่าความผันผวนของสินทรัพย์อ้างอิง (Volatility)
  • เวลาที่เหลืออยู่ก่อนหมดอายุ
  • อัตราดอกเบี้ย
  • อัตราการจ่ายเงินปันผลที่คาดหวัง ของสินทรัพย์อ้างอิง

    เช่นเดียวกับสินทรัพย์ทางการเงินอื่นๆ ราคาของ ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์อาจถูกกระทบจากปัจจัยอื่น เช่น ปริมาณความต้องการซื้อและความต้องการขายของใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์เอง ในการคำนวณหามูลค่าของ ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์มีสูตรที่นิยมใช้อยู่หลายสูตรด้วยกัน และมูลค่าที่คำนวณออกมาได้มักแตกต่างจากราคาตลาด


มูลค่าที่แท้จริง (Intrinsic Value) และมูลค่าตามเวลา (Time Value)

    ตามหลักทฤษฎี มูลค่าของใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ก่อนวันหมดอายุประกอบด้วย 2 ส่วน คือ มูลค่าที่แท้จริงและมูลค่าตามเวลา

    มูลค่าที่แท้จริงของใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ คือผลต่างระหว่างราคาของสินทรัพย์อ้างอิงกับราคาใช้สิทธิ สิทธิซื้อจะถือว่า in-the-money เมื่อราคาของสินทรัพย์อ้างอิงสูงกว่าราคาใช้สิทธิ และจะถือว่า out-of-the-money เมื่อราคาของสินทรัพย์อ้างอิงต่ำกว่าราคาใช้สิทธิ สิทธิขายจะถือว่า in-the-money เมื่อราคาของสินทรัพย์อ้างอิงต่ำกว่าราคาใช้สิทธิ และจะถือว่า out-of-the-money เมื่อราคาของสินทรัพย์อ้างอิงสูงกว่าราคาใช้สิทธิ โดยทั้งสิทธิซื้อและสิทธิขายจะถือว่า at-the-money เมื่อราคาของสินทรัพย์อ้างอิงสูงเท่ากับราคาใช้สิทธิ

    มูลค่าตามเวลาของใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ คือ ผลต่างระหว่างมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ขณะนั้นกับมูลค่าที่แท้จริง ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ที่ out-of-the-money จะไม่มีมูลค่าที่แท้จริง กล่าวคือมีเพียงมูลค่าตามเวลา โดยมูลค่าตามเวลาจะลดลงเรื่อยๆ จนกระทั่งเป็น 0 เมื่อหมดอายุ

 

ความผันผวน (Volatility)


ความผันผวน

    ความผันผวน ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อมูลค่าตามเวลาของวอร์แรนท์ Volatility คือตัววัดความผันผวนของราคาสินทรัพย์อ้างอิง ในกรณีที่วอร์แรนท์เป็น out-of-the-money ยิ่งราคาสินทรัพย์อ้างอิงมีความผันผวนเท่าไร ความเป็นไปได้ที่วอร์แรนท์จะ in-the-money ก็ยิ่งมากขึ้น แต่หากวอร์แรนท์เป็น in-the-money อยู่แล้ว ยิ่งราคาสินทรัพย์อ้างอิงมีความผันผวนเท่าไร ความเป็นไปได้ที่วอร์แรนท์จะ out-of-the-money ก็จะมากขึ้น

ความผันผวน มี 2 ประเภท คือ ความผันผวนในอดีต และความผันผวนโดยนัย  (Implied volatility)

  • ความผันผวนในอดีตจะเป็นตัววัดผลการเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์อ้างอิงในอดีต
  • ความผันผวนโดยนัยจะหาค่าได้จากการใช้มูลค่าตลาดของวอร์แรนท์ในขณะนั้นเป็นตัวคำนวณ เพื่อ
    ดูว่าตลาดมองว่าสินทรัพย์อ้างอิงนั้นมีความผันผวนมากน้อยเพียงใดในช่วงระยะเวลาที่เหลืออยู่ของ วอร์แรนท์นั้น

อัตราการหมุนเวียน (Turnover)

    การที่วอร์แรนท์มีอัตราการหมุนเวียนที่สูง ไม่ถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าราคาของวอร์แรนท์จะสูงขึ้น ดังที่ได้กล่าวไว้แล้วว่า ราคาของวอร์แรนท์ได้รับผลกระทบมาจากปัจจัยหลายอย่าง ทั้งจากตัวตลาดเองและจากปัจจัยทางเทคนิค เช่น ราคาสินทรัพย์อ้างอิง ความผันผวนของสินทรัพย์อ้างอิง อายุที่เหลือก่อนครบกำหนด อัตราดอกเบี้ย และอัตราเงินปันผลที่คาดหวังของสินทรัพย์อ้างอิง


Top


ความเสี่ยงที่เกิดจากการลงทุนในใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์

    การลงทุนในใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์มีความเสี่ยงที่ควรต้องทำความเข้าใจและต้องพิจารณาก่อน
การตัดสินใจลงทุนดังนี้

ความเสี่ยงที่เกิดจากผู้ออกวอร์แรนท์ (Issue Risk)
    ผู้ถือ Derivative warrant ถือเป็นเจ้าหนี้แบบด้อยสิทธิ์ (unsecured) ของผู้ออกวอร์แรนท์ ซึ่งหมายความว่า นักลงทุนจะไม่ได้รับสิทธิในการเรียกร้องในสินทรัพย์ของผู้ออกวอร์แรนท์เป็นพิเศษแต่อย่างใด ฉะนั้นนักลงทุนจะมีส่วนเปิดความเสี่ยงต่อสถานะทางการเงินของผู้ออกวอร์แรนท์ด้วย

ความเสี่ยงจากการอัตราการยกระดับกำไร (Gearing Risk)
    ถึงแม้วอร์แรนท์จะมีราคาเพียงเศษส่วนของราคาสินทรัพย์อ้างอิง แต่ราคาวอร์แรนท์ก็อาจเปลี่ยนแปลงช้าหรือเร็วกว่าราคาสินทรัพย์อ้างอิง โดยกรณีแย่ที่สุดที่สามารถเป็นไปได้ก็คือ การที่มูลค่าของวอร์แรนท์ลดลงจนเหลือ 0 ซึ่งนักลงทุนจะสูญเงินลงทุนทั้งหมด

อายุที่จำกัด (Limited Life)
    วอร์แรนท์ ต่างจากหุ้นตรงที่มีวันหมดอายุ กล่าวคือมีอายุจำกัด หากวอร์แรนท์นั้นไม่ in-the-money ณ วันหมดอายุ วอร์แรนท์ก็จะสิ้นมูลค่าไปในวันหมดอายุนั้น

การลดลงของมูลค่าตามเวลา (Time Decay)
    นักลงทุนจะต้องระวังว่า ถึงแม้ปัจจัยใดๆ จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง มูลค่าของวอร์แรนท์ก็จะลดลงตามเวลาจากการที่อายุของวอร์แรนท์ลดลง ฉะนั้นการลงทุนในวอร์แรนท์จะไม่เหมือนกับการลงทุนระยะยาว

ความผันผวน (Volatility)
    ในกรณีที่ปัจจัยใดๆ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง การเพิ่มขึ้นของความผันผวนของสินทรัพย์อ้างอิงกรณี จะทำให้มูลค่าของวอร์แรนท์สูงขึ้น และการลดลงของความผันผวนของสินทรัพย์อ้างอิงจะทำให้มูลค่าของวอร์แรนท์ลดลง

อำนาจตลาด (Market Forces)

    โดยหลักทฤษฎีแล้ว ปัจจัยอีกตัวหนึ่งที่มีผลต่อมูลค่าของวอร์แรนท์ คือ อำนาจตลาด ซึ่งรวมไปถึงความต้องการซื้อและความต้องการขายซึ่งจะมีมากที่สุดเมื่อวอร์แรนท์ที่ออกนั้นถูกขายจนเกือบหมด
เกือบเต็มจำนวน และเมื่อผู้ออกวอร์แรนท์มีการออกวอร์แรนท์ตัวนั้นเพิ่มเติม (Further Issues)


Top

แง่มุมของการลงทุนในใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์

การยกระดับผลกำไร (Leverage)
    การลงทุนในวอร์แรนท์จะใช้เงินลงทุนเพียงบางส่วนของการลงทุนในสินทรัพย์อ้างอิงเท่านั้น มูลค่าของจึงวอร์แรนท์อาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงมากกว่าการเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์อ้างอิงได้มาก ซึ่งหมายถึงผลตอบแทนอันเป็นไปได้ที่มากกว่าการลงทุนในสินทรัพย์อ้างอิงหลายเท่า เช่นเดียวกับความเสี่ยงที่มากกว่าในกรณีเลวร้ายที่สุดจากการสูญเงินที่ลงทุนในวอร์แรนท์ทั้งหมด


การจำกัดการขาดทุน

    ถึงแม้การลงทุนในใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์จะสามารถสร้างผลตอบแทนได้เป็นเท่าทวีคูณ แต่นักลงทุนก็สามารถจำกัดผลขาดทุนไว้ที่มูลค่าเงินลงทุนในใบสำคัญแสดงสิทธิที่ได้ลงทุนไป


Top

การซื้อขายใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

การอ่านสัญลักษณ์ของใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์
    ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ที่จดทะเบียนในตลาดฯ จะถูกแทนด้วยสัญลักษณ์ซึ่งแสดงถึงลักษณะของใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์นั้นเบื้องต้น



สภาพคล่องในตลาดใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์

    ผู้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์มีหน้าที่ต้องดำรงสภาพคล่องภายในตลาดของใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ แต่ละตัวที่ออก


การซื้อขาย

    เช่นเดียวกับเครื่องมือทางการเงินอื่นในตลาด การซื้อขายใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์จะทำในระบบ Exchange's Automatic Order Matching System ภายในชั่วโมงการซื้อขาย โดยจะมีหลายหน่วยการซื้อขาย และส่งมอบใน T+3 สิ่งที่นักลงทุนควรทราบก็คือ วันหมดอายุของวอร์แรนท์จะไม่ใช่วันเดียวกับวันซื้อขายวันสุดท้าย เพื่อเป็นการเผื่อเวลาสำหรับการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ (Settlement and Registration) วันซื้อขายวันสุดท้ายจึงเป็นวันก่อนวันหมดอายุ 4 วัน ดังนั้นนักลงทุนจึงสามารถทำการซื้อขายได้แค่ในช่วงก่อนวันทำการซื้อขายวันสุดท้ายหรือ ณ วันทำการซื้อขายวันสุดท้ายเท่านั้น


Top

ลงทะเยียนเปิดบัญชี
ทดลองใช้งานฟรี
Solaris Asset Management
Online Service

IPO